2007/Jan/08

Blog Tag คืออะไร

คือการให้นักเขียน Blog เขียนสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับตัวเอง 5 ข้อแล้วโยนให้ชาวบ้านต่ออีก 5 คน

สืบเนื่องด้วย คุณศิชน ได้กรุณาส่ง Tag มาให้โดยการบีบบังคับจากข้าพเจ้า เอ๊ยไม่ช่าย แค่เปรยๆไปว่าถ้าไม่รู้จะส่งให้ใครก็ส่งมาดิ แล้วก็ส่งมาจริงๆ นับเป็นศิริมงคลกับปีหมูทองตั้งแต่ต้นปีเลยนะเนี่ย

ว่าเดี๋ยวจะยาว เข้าเรื่องเลยละกัน

1. ประสบการณ์การหัดขับรถสุดระทึก หักหลบกิ้งก่าชนสามคันรวดค่าซ่อมเฉียดแสน

ตามข้างบนล่ะครับ ผมไปหัดขับรถกับลูกพี่ลูกน้อง ที่คณะเกษตร ม.ช. จริงๆก็ปกติไม่มีอะไรขับไปตามทางเรื่อย แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นกิ้งก่าตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้า (ตัวจึ๋งเดียวยังอุตส่าห์เห็น) ด้วยความตกใจหักพวงมาลัยสุดตัว พุ่งเข้าที่จอดรถของคณะทางขวามือ ชนรถที่จอดอยู่บริเวณนั้นเป็นทอดๆ สามคันรวด ทำแฮททริกประเดิมการขับรถครั้งแรกในชีวิตอย่างสวยงาม จากนั้นโทรแจ้งข่าวให้แม่ที่เพิ่งได้โบนัส จากที่แม่กำลังนับเงินโบนัสว่าได้เท่าไหร่ กลายเป็นนับเงินโบนัสไปปาดเหงื่อไปว่าจะพอค่าซ่อมรึเปล่า กรรมจริงๆ สรุปคือ แจ้งให้ทราบว่าใครจะนั่งรถที่ผมขับก็ทำประกันชีวิตซะก่อนนะครับ

2. นักหลงทางตัวยง

เนื่องจากเหตุใดไม่ทราบ ทำให้ผมสามารถจำสภาพแวดล้อมและภูมิศาสตร์รอบด้านได้สั้นเหลือเกิน ทำให้ผมเป็นสุดยอดตัวยงแห่งนักหลงทาง ทั้งในชีวิตจริง ขนาดที่ว่าไปบ้านเพื่อนที่เคยไปมาแล้วหลายครั้ง แถมมีเพื่อนอีกคนนั่งบอกทางไปด้วยยังบ่นด้วยความเซ็งว่า "กูเผลอมองอะไรเพลินๆไปแค่สามวิ หันกลับมามึงยังเลี้ยวผิดซอยไปแล้ว นี่มารอบที่ 5 แล้วนะเว้ย" หรือแม้แต่จะเกมออนไลน์ที่มีแผนที่ดูง่ายๆเข้าใจได้แบบชนิดที่ว่าโปรโตซัวมองยังเข้าใจ แต่ผมก็หลงทางได้ แม้จะเดินตามหลังสมาชิกในทีมติดๆ อืม อันนี้ก็พูดยากแฮะก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เมื่อนำไปบวกกับข้อแรก ก็สรุปได้ว่า ถ้าจะนั่งรถที่ผมขับ นอกจากทำประกันชีวิตแล้ว ควรหาอุปกรณ์สื่อสารที่คลื่นแรงไปด้วยนะครับเพื่อป้องกันการหลงในป่าดงดิบ

3. ที่นั่งโปรดเวลานั่งเครื่องบินไกลๆ

มันคือห้องน้ำครับ เพราะจะไม่ยอมนั่งชั้นอื่นๆ นอกจากชั้นอีโคโนมิค แน่ๆ (เนื่องจากความงกและรายได้ต่ำ) และประกอบกับขาที่ยาวเหลือเกินทำให้นั่งแล้วอึดอัดครับดังนั้น หลังจากสัญญาณให้รัดเข็มขัดดับแล้ว ผมมักจะไปนั่งในห้องน้ำ เพราะนอกจากจะกว้างกว่าที่นั่งปกติแล้ว ยังเป็นส่วนตัวซะด้วยสำหรับผมแล้ว ก็น้องๆ บิซิเนสคลาสเลยนา (ว่าไปนั่นเชียว) ไม่เชื่อลองดูได้นะครับ

4. ชอบดอง

การได้รับอะไรมาแล้วทำทันทีไม่ใช่นิสัยผมครับ ใช่เลยผมเป็นนักดองตัวยง ไม่ว่าจะเป็นโมเดลที่อยากได้มานานแต่พอมาถึงมือผมก็ต้องทิ้งไว้อย่างน้อยสองปีถึงจะจับมานั่งต่อ นอกจากนั้นก็มี ดองงาน ประมาณว่าไม่ใกล้เดทไลน์ไฟไม่ลนก้นจะครีเอทไม่ออกหัวไม่แล่นไอเดียไม่พุ่ง (แต่ไม่ได้ขาดความรับผิดชอบนะครับ ส่งตรงเวลาทุกที) ดองเมล์ นี่ก็ด้วยประมาณว่า เมล์เก่าแก่ประมาณสองปีก่อนแต่ยังไม่ได้เปิดอ่านในเมล์ผมกองอยู่จนมาถึงฉบับหลังสุดนับรวมกันได้กว่า 300 ฉบับ (ไม่ใช่ Junkmail ซะด้วย -- --") ถ้าเป็นไปได้ อยากแก้นิสัยชอบดองนี่ให้หายขาดซะทีน้า

5. ที่มาของชื่อ Giorno และ Buon Giorno

Giorno เป็นชื่อที่ผมใช้ในโลกไซเบอร์มาตลอดครับ ที่มาก็มาจากตัวเอกในเรื่อง โจโจ้ล่าข้ามศตวรรษภาค 5 ที่ชื่อว่า โจรูโน่ โจบาน่า ซึ่งเป็นการอ่านแบบญี่ปุ่น (Giorno Giovana เป็นภาษาอิตาลีครับ) ซึ่งเป็นตัวละครที่ผมชอบมากๆ เลยนำมาใช้เป็นชื่อแทนตัว ส่วน Buon Giorno ที่เป็นชื่อ Blog นั้น มีความหมายว่า อรุณสวัสดิ์ เป็นคำทักทายเหมือนๆ Good Morningนั่นแหละครับ ด้วยตอนแรกกะว่า จะอัพ Blog ตอนเช้าๆ ทุก 3-7 วันเป็นเหมือนการทักทายชาว Blog ในยามเช้าๆแต่พอเอาเข้าจริงๆก็ดองซะ

สำหรับ ผู้โชคดีที่จะได้รับการส่งต่อ

แบบว่าได้มาช้า คนที่รู้จักโดนไปกันถ้วนหน้าแล้ว งั้นเอาเป็นคนที่ผมอยากสาระแนจังเรื่องส่วนตัวของคุณๆแล้วกันนะครับหลายๆคนคงตอบมาแล้ว แต่ไม่เป็นไรครับถ้าว่างก็ตอบอีกได้นะครับ ได้แก่

1. Gow27

2. Gomora

3. Trip

4. P Te'(มาอ่านก่อนบินไปเรียนต่อด้วยล่ะลุงเต้)

5. Trigger (โดนไปแล้วล่ะ แต่ถ้ามีอีกก็เขียนอีกละกัน)

นอกจากนั้นก็ สวัสดีปีใหม่ครับทุกๆท่าน มาช้าไปหน่อย เพราะช่วงปีใหม่ดันมีงานด่วนเข้ามาเฉยเลย ทำให้ปีนี้ต้องอยู่หน้าคอมตลอดไม่ได้ไปร่อนที่ไหนเล้ย ยังไงก้ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีความสุขมากๆเงินทองไหลมาเทมานะครับ แล้วเจอกันใหม่ เอนทรี่หน้า (ซึ่งคาดว่าจะดองอีกตามเคย อิอิอิ)

2006/Dec/21

หนาวแล้วจ้า คราวก่อนอัพไปยังบ่นว่ากลางวันร้อน มาช่วง4 -5วันมานี่อากาศหนาวเฉยเลย อยากให้หนาวแบบนี้นานๆแหละ ชอบ อิอิ

อัพวันนี้ไม่มีไรมากครับ แค่มาอัพรูปวาดเสร็จสดๆร้อนๆ ฝึกใช้ Illustrator

Rider Kickของ Kabuto

Kick Hopper

ว่าแต่ อยากได้เม้าส์ปากกาจังเลย ใครมียี่ห้อดีๆที่ใช้อยู่ ราคาไม่แพงมากช่วยแนะนำด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆเลยครับ

2006/Dec/14

เดือนธันวาคมนี้ถูกเรียกว่าเป็นเดือนแห่งความสุข เนื่องด้วยอากาศที่เย็นลงในเกือบทั่วทั้งโลก มีเทศกาลต่างๆมากมายในเดือนนี้แถมยังมีวันหยุดยาวๆต่อกันซะด้วย จึงนับเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองอย่างแท้จริง ที่เชียงใหม่อากาศในตอนกลางคืนจนถึงรุ่งเช้าค่อนข้างเย็น แต่ในกลางวันร้อนสุดๆ ดังนั้นคนที่จะมาเที่ยวงานราชพฤกษ์ควรเตรียมตัวฟิตร่างกายมาให้ดีกันนะครับ ไม่งั้นอาจจะเป็นไข้ได้ง่ายๆ

ในส่วนตัวผมนั้น ประมาณครึ่งเดือนหลังในเดือนธันวาคมนี้จะเป็นช่วงแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง จะพยามรับงานน้อยลง เพื่อเตรียมพักผ่อน แถมสามเดือนที่ผ่านมาลุยงานทำ thesis แทบบ้าแต่ก็ยังไม่เสร็จอยู่ดี จบไม่ทันเทอมแรกเลยมีเวลาปั่นต่อจนถึงมิถุนายนปีหน้า แต่ก็ดีเพราะจะได้ไม่รีบไม่ลน มีเวลานอนเยอะหน่อย แปลกแฮะ ช่วงนี้อยากนั่งๆนอนๆดูหนังรักโรแมนติก-โรแมนติกคอมเมดี้ สงสัยอากาศพาไปแฮะ อิอิ

ในที่สุดก็มีเวลามานั่งวาดรูปมั่งซักทีเลยว่างเอารูปมาให้ดูกัน

ต้นแบบรูปนี้อยู่ใน entry ก่อนหน้านี้ครับ แก้ไปแก้มาก็ได้แบบนี้แหละ

ติชมเข้ามาได้นะครับ สองอาทิตย์สุดท้ายนี้ขอทำอย่างที่อยากทำมั่ง คงมีเวลานั่งเขียนๆอะไรมากพอดูหลังจากลุยงานเครียดมาทั้งปีแล้ว ว่าแต่อากาศช่วงนี้มันน่านอนจริงๆน้า ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ