สวัสดีครับ ทุกๆท่าน หลังจากที่หายไปนั่งลุ้นกับเล่มงานวิจัย จนเมื่อไม่กี่วันมานี่ก็มีจดหมายมาจากที่มหาวิทยาลัยครับ ตอนแรกก็เสียวๆอยู่ แต่พอเปิดดูก็โล่งใจครับ เป็นหนังสือรับรองคุณวุฒิจากสำนักทะเบียนและประมวลผล ก็เป็นอันว่า ผมไม่ต้องนอนผวาแล้วว่าจะโดนเรียกไปแก้อีกรึเปล่า อิอิ เรียบจบแล้วครับ
ทีนี้ก็มาถึงแผนต่อไปครับจากที่เคยวางแผนไว้ว่าหลังจากเรียนจบอยากไปร่อนที่ญี่ปุ่นซัก10วัน หลังจากที่เคยไปกับทัวร์มาแล้ว คราวนี้อยากไปแบบลุยๆแบกเป้เที่ยวกับเพื่อนๆพี่ๆที่สนิทด้วยกัน ก่อนจะกลับมาหางานเป็นมนุษย์เงินเดือนแบบเต็มตัว หลังจากที่ลาออกจากงานมาลุยกับงานวิจัยร่วมสองปี จากที่วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นปีนู่น มาถึงตอนนี้เพื่อนๆพี่ๆที่กะจะไปด้วยก็ค่อยๆถอนตัวไปทีละคนครับ กลายเป็นเหลือผมอยู่หน่อเดียวที่ยังยืนยันว่าจะไปชัวร์ (แม้ความสามารถในการจดจำที่ทางจะน้อย แต่ความดันทุรังสูง-- --") และเมื่อแน่ใจว่าเรียนจบแล้ว ผมก็เริ่มดำเนินแผนการครองโลก...เอ้ย แผนในการไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยงบประหยัดตามที่กะเอาไว้...สู้ต๋ายค๊าบบ
อันดับแรกเลยก็คือ หาข้อมูลทุกๆอย่างจากอินเตอร์เน็ท และหนังสือท่องเที่ยวครับ ว่าการเตรียมตัวลุยญี่ปุ่นแบบแบกเป้เที่ยวมีอะไรมั่ง เพื่อวางแผนในการเดินทาง การวางแผนนั้นหลายๆคนอาจเริ่มไม่เหมือนกันครับ แต่สำหรับผม เริ่มต้นจากการกำหนดช่วงเวลาในการเดินทางก่อนครับ ส่วนนี้จะมีผลกับค่าเดินทาง สภาพอากาศ รวมถึงสิ่งที่เราจะได้พบเจอด้วยครับ ตัวอย่างเช่น เทศกาลต่างๆที่น่าสนใจของญี่ปุ่นย่อมแตกต่างกันไปตามฤดูแน่นอนครับ ตัวอย่างเช่น ถ้าอยากไปดูดอกซากุระบานช่วงฤดูใบไม้ผลิก็ต้องไปช่วงปลายเดือนมี.ค.ต้นเม.ย.ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ (อาจจะก่อนปลายเดือนซักนิดเนื่องจากสภาพอากาศของโลกเริ่มแปรปรวน-- --") สำหรับผม เลือกช่วงกลางไปถึงปลายเดือนต.ค.ครับ เหตุผลมีอยู่ว่า ช่วงนั้นอากาศกำลังเริ่มเย็นน่าจะเที่ยวสนุก แถมเป็นช่วงก่อนจะเข้าไฮซีซั่น ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆไปได้พอสมควร(กลัวแค่จะเจอฝนเท่านั้นเอง) แถมครั้งที่ไปกับทัวร์นั้นผมไปช่วงเม.ย. คราวนี้ก็เลยอยากไปช่วงอื่นบ้าง อีกประการหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับผมก็คือ เก็บเงินได้ตามเป้าพอดี พอที่จะเอาตัวรอดในเวลา10วันนี้ครับ อิอิ
อันดับสองก็คือตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินครับ ที่ข้อนี้มาเป็นอันดับสองก็เพราะ ช่วงนี้ค่าเงินบาทแข็งครับ ก็อาจจะเป็นข้อดีสำหรับคนที่คิดจะเดินทางไปต่างประเทศ หรือคนที่นำเข้าสินค้าครับ (สำหรับผู้ผลิตที่รับจ้างแล้วได้เงินลดลงก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ สู้ๆน่อ) ก็อาศัยโอกาสนี้แลกเงินอาจจะได้เงินเพิ่มขึ้นนิดหน่อยครับ แต่สำกรับผมครั้งนี้โอกาสเหมาะจริงๆ เพราะครั้งแรกที่ไปนี่ 100เยน=33บาท ส่วนครั้งที่สองที่ไป100เยน=37.5บาท ส่วนครั้งนี่ที่เพิ่งแลกไป 100เยน=28.5บาท (โอ้วมายก้อด...ต่างกันเกือบ10บาทแน่ะ)สำหรับคนที่มีทุนสำหรับการเดินทางเยอะคงไม่กระทบเท่าไหร่ครับ หากค่าเงินจะเพิ่มหรือลดไปซักนิดหน่อย แต่สำหรับผมนี่ขอให้มันถูกลงซักนี๊ดก็ยังดี^^"
ก็สำหรับช่วงแรกก็มีเท่านี้แหละครับ ความจริงการเตรียมตัวยังมีอีกเยอะแยะครับเพียงแต่ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานครับ เอาไว้จะมาเล่าต่อละกัน