อันดับสามก็คือ การขอวีซ่าครับ ซึ่งสำหรับผมนี่เป็นขั้นตอนลุ้นระทึกเลย เพราะตอนนี้อยู่ในสภาพว่างงานมานานครับ จะมีงานก็เป็นลักษณะฟรีแลนซ์ทำให้การขอวีซ่าอาจจะยากซักนิด ส่วนเอกสารหลักๆที่ต้องมีก็คือ
1.หนังสือรับรองการทำงาน
2.ทะเบียนบ้านตัวจริง+สำเนาหน้าที่มีชื่อของผู้ที่จะเดินทาง1ชุด
3.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร+สำเนาทุกหน้าที่มีการรับรองสำเนาจากธนาคาร1ชุด
4.รูปถ่ายขนาด2นิ้ว 1ใบ
5.หนังสือเดินทาง จะต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย6เดือนและมีหน้าว่างอย่างน้อย2หน้า (ถ้ามีเคยเดินทางไปญี่ปุ่นแล้วแต่เป็นเล่มเก่าก็แนบไปด้วยเป็นหลักฐานเพิ่มเติมได้)
6.แบบฟอร์มการยื่นคำร้องขอวีซ่า (อันนี้ไปรับแล้วกรอกที่สถานกงสุลได้ครับ)
สำหรับนักเรียน นักศึกษา ต้องใช้หนังสือรับรองสภาพนักศึกษาแทน ส่วนผมที่เพิ่งจบหมาดๆก็เลยใช้เอกสารรับรองของผู้อุปการะแทนครับ โดยผมใช้วิธีแนบไปด้วยกันกับเอกสารของผมเลย เมื่อเอกสารพร้อมแล้วก็ไปยื่นที่สถานกงสุลญี่ปุ่นครับ (อ้อสำหรับผมอยู่เชียงใหม่ก็ไปยื่นที่สถานกงสุลญี่ปุ่นที่บิซิเนสพาร์คครับ) สำหรับค่าใช้จ่ายสำหรับการขอวีซ่าแบบทั่วไปตอนที่ไปขออยู่ที่ 980 บาทครับ ชำระในวันที่ไปฟังผลการขอวีซ่า โดยวีซ่าแบบทั่วไปจะมีอายุ 90วันนับจากวันที่ยื่นเรื่องขอครับ โดยสำหรับผมแล้วรอขั้นตอนนี้ให้เสร็จก่อนจึงจะทำขั้นตอนอื่นๆครับ เพราะจะเป็นการยืนยันว่า เราสามารถเดินทางไปได้ชัวร์ๆ จะได้ไม่จองที่พักและตั๋วเครื่องบินเก้อ
อันดับสี่ จองตั๋วเครื่องบินครับ อันนี้ขึ้นอยู่กับความชอบและก็ทุนเลยครับ ชอบสายการบินไหน ทุนเยอะน้อยขนาดไหนก็ไปตามใจชอบเลย สำหรับผมขอถูกๆไว้ก่อนเพราะนั่งไม่นานเท่าไหร่ อิอิ
อันดับห้า วางแผนการเดินทางในประเทศญี่ปุ่นครับ โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 5-15 วัน หรือมากน้อยกว่านั้นตามจุดประสงค์และทุนทรัพย์ของแต่ละคนครับ สำหรับผมกะไว้ซัก 10 วันเพราะคราวนี้กะเที่ยวหลายๆที่ ในส่วนนี้จะนำไปประกอบการตัดสินใจในการซื้อ JR PASS ซึ่งเป็นตั๋วรถไฟแบบเหมาจ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และควรศึกษาเส้นทางรถไฟในการเดินทางด้วยครับ
อันดับสุดท้าย หาที่พักครับ อันนี้ก็แล้วแต่ทุนของแต่ละคนเช่นกันครับ แต่สำหรับคนที่กะเอาไว้ว่าจะเที่ยวทั้งวัน แล้วค่อยกลับมานอนอย่างเดียว แนะนำโรงแรมที่พอพักหรือซุกหัวนอนได้ก็พอครับจะช่วยประหยัดได้อีกเยอะ แต่ถ้ากะว่าเที่ยวนิดๆหน่อยๆหรือไปช๊อปปิ้งเน้นความสบายก็หาโรงแรมห้าดาวดีกว่าครับ
จริงๆแล้วยังมีเรื่องการแพ๊คกระเป๋าเดินทางอีกนะครับ แต่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนและลักษณะที่พักและการเที่ยวของแต่ละคนเหมือนกันครับ แต่ปลีกย่อยที่ควรนำไปก็คือ เข็มทิศ ไฟฉาย ยาสามัญประจำตัวต่างๆ สมุดโน๊ตเล็กๆไว้จดอะไรนิดๆหน่อยๆ และควรหาความรู้เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นและเมืองที่จะเดินทางไปติดตัวเอาไว้ครับ ตอนนี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการเอาตัวรอดในการเดินทางครั้งนี้แล้วครับ ยังไงไว้กลับมาจะมาเล่าการเดินทางคราวนี้ให้ฟังกันนะครับ (ถ้าไม่หลงทางจนกลับไม่ถูกซะก่อนนะ)
ขอให้โชคดี จะรอดูรูปกะฟังเรื่องหนุกๆเน้อออ